Keblinger

Keblinger

หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลไกการบริหารของอาเซียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลไกการบริหารของอาเซียน แสดงบทความทั้งหมด

กลไกการบริหารของอาเซียน (2)

| วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สมาชิกจะแต่งตั้งผู้แทนระดับเอกอัครราชทูตเพื่อทำหน้าที่เป็น
คณะผู้แทนถาวรประจำอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา ซึ่งเป็นคนละคนกับ
เอกอัครราชทูตประจำกรุงจาการ์ตา ทำหน้าที่แทนคณะกรรมาธิการ
อาเซียน โดยคณะผู้แทนถาวรประจำอาเซียนจะมีบทบาทสำคัญสอง
ด้าน ได้แก่ การเป็นผู้แทนของประเทศสมาชิกและการเป็นผู้แทนของ
อาเซียน ซึ่งจะเป็นเรื่องการสนับสนุนคณะมนตรีประชาคมอาเซียน
และองค์กรความร่วมมือเฉพาะด้านต่างๆ การประสานงานกับสำนัก
เลขาธิการอาเซียน เลขาธิการอาเซียน และสำนักเลขาธิการอาเซียน
แห่งชาติของแต่ละประเทศสมาชิก และการส่งเสริมความร่วมมือ
กับประเทศคู่เจรจา
7. สำนักเลขาธิการอาเซียนแห่งชาติ (ASEAN National
Secretariat) จัดตั้งโดยประเทศสมาชิกแต่ละประเทศ เพื่อเป็นจุด
ประสานงานในการประสานงานและสนับสนุนภารกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
กับอาเซียนภายในประเทศ รวมทั้งการเตรียมการประชุมต่างๆ ของอาเซียน
ตลอดจนเป็นศูนย์กลางเก็บรักษาข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียนด้วย
8. องค์กรสิทธิมนุษยชนของอาเซียน (ASEAN Human Rights
Body- AHRB) มีหน้าที่ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค
โดยจะมีการตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญขึ้นมายกร่างเอกสารกำหนดขอบเขต
อำนาจหน้าที่ (Term Reference) ขององค์กรดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้
ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศได้ให้แนวทางว่า อำนาจหน้าที่ขององค์กร
สิทธิมนุษยชนอาเซียนไม่ควรจำกัดแค่การให้คำปรึกษา แต่ควรรวมถึง
การติดตามและประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในภูมิภาค
การส่งเสริมการศึกษาและการตื่นตัวของหน่วยงานภาครัฐและ
ประชาชนด้วย
9. มูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) มีหน้าที่สนับสนุน
เลขาธิการอาเซียนและประสานงานกับองค์กรอื่นๆ ของอาเซียน
ในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาเซียน ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่าง
ประชาชนและความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ของอาเซียน

READ MORE

กลไกการบริหารของอาเซียน

|
กลไกการบริหารของอาเซียน (Organs)
1. ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) เป็นองค์กร
สูงสุดในการกำหนดนโยบาย และมีการประชุมปีละ 2 ครั้ง มีหน้าที่
1) ให้แนวนโยบายและตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ 2) สั่งการให้มีการประชุม
ระดับรัฐมนตรีเป็นการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ
เสาหลักต่างๆ มากกว่า 1 เสา 3) ดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
ที่กระทบต่ออาเซียน 4) ตัดสินข้อพิพาทระหว่างรัฐสมาชิก กรณีที่ไม่
อาจหาข้อยุติในข้อขัดแย้งได้ หรือมีการไม่ปฏิบัติตามคำตัดสินของ
กลไกระงับข้อพิพาท 5) ตั้งหรือยุบองค์กรอาเซียน 6) แต่งตั้ง
เลขาธิการอาเซียน
2. คณะมนตรีประสานงานอาเซียน (ASEAN Coordinating
Council) ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ของประเทศสมาชิกอาเซียน ทำหน้าที่เตรียมการประชุมสุดยอด
อาเซียน ประสานงานระหว่าง 3 เสาหลัก เพื่อความเป็นบูรณาการใน
การดำเนินงานของอาเซียน และแต่งตั้งรองเลขาธิการอาเซียน
3. คณะมนตรีประชาคมอาเซียน (ASEAN Community
Council) สำหรับ 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย
ผู้แทนที่แต่ละประเทศสมาชิกแต่งตั้งเพื่อทำหน้าที่ประสานงานและ
ติดตามการดำเนินงานตามแนวนโยบายของผู้นำทั้งในเรื่องที่อยู่ภายใต้
เสาหลักของตน และเรื่องที่เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลาย
เสาหลัก และเสนอรายงานและข้อเสนอแนะในเรื่องที่อยู่ภายใต้การ
ดูแลของตนต่อผู้นำ
4. องค์กรระดับรัฐมนตรีอาเซียนเฉพาะสาขา (ASEAN
Sectoral Ministerial Bodies) จัดตั้งโดยที่ประชุมสุดยอดอาเซียน
มีหน้าที่หลัก คือ 1) ดำเนินการตามอาณัติที่มีอยู่แล้ว 2) นำความ
ตกลงและมติของผู้นำไปปฎิบัติ 3) เสริมสร้างความร่วมมือเพื่อ
สนับสนุนการสร้างประชาคมอาเซียน 4) เสนอรายงานและข้อเสนอแนะ

ต่อคณะมนตรีประชาคมอาเซียนที่เหมาะสม และ 5) สามารถมี
เจ้าหน้าที่อาวุโส หรือองค์กรย่อยเพื่อสนับสนุนการทำงานได้
5. สำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat) อยู่ภายใต้
บังคับบัญชาของเลขาธิการอาเซียน (Secretary General of ASEAN)
ซึ่งมีบทบาทมากขึ้นโดยนอกจากจะเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่
ฝ่ายบริหารของอาเซียนแล้ว เลขาธิการอาเซียนจะมีบทบาทในการ
ติดตามการปฏิบัติตามคำตัดสินของกลไกระงับข้อพิพาทและรายงาน
ตรงต่อผู้นำ และสนับสนุนการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์กรของอาเซียน
กับภาคประชาสังคม ทั้งนี้ ให้มีรองเลขาธิการอาเซียน (Deputy
Secretary General) 4 คน โดย 2 คนจะมาจากการหมุนเวียนตาม
ลำดับตัวอักษรประเทศ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี และอีก 2
คนมาจากการคัดเลือกตามความสามารถ มีวาระการดำรงตำแหน่ง
3 ปี และอาจได้รับการต่ออายุได้อีก 1 วาระ
6. คณะผู้แทนถาวรประจำอาเซียน (Committee of Permanent
Representatives (CPR) to ASEAN) ที่กรุงจาการ์ตา โดยประเทศ

READ MORE
 

Copyright © 2010 Asean Studies Center | Design by Dzignine