Keblinger

Keblinger

หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎบัตรอาเซียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎบัตรอาเซียน แสดงบทความทั้งหมด

กฎบัตรอาเซียน (2)

| วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555
DSM ไว้แล้ว ก็ให้ใช้ DSM นั้น 5) หากข้อขัดแย้งไม่เกี่ยวข้องกับ
ความตกลงของอาเซียนฉบับใดให้ใช้กลไกคณะอัครมนตรีที่จัดตั้งโดย
สนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
6) หากไม่อาจหาข้อยุติในข้อขัดแย้งได้ อาจยกเรื่องให้ที่ประชุมสุดยอด
อาเซียนตัดสิน 7) ให้เลขาธิการอาเซียนติดตามตรวจสอบการปฎิบัติ
ตามคำแนะนำ/คำตัดสินจาก DSM ของประเทศสมาชิก
และจัดทำรายงานเสนอผู้นำ 8) กำหนดให้นำเรื่องการไม่ปฎิบัติตาม
คำแนะนำ/คำตัดสินจาก DSM ให้ผู้นำพิจารณา และ 9) กฎบัตร
ไม่ตัดสิทธิของประเทศสมาชิกที่จะใช้รูปแบบการระงับข้อพิพาทตาม
กฎบัตรสหประชาชาติหรือกฏหมายระหว่างประเทศอื่น
บทที่ 9 งบประมาณและการเงิน (Budget and Finance)
ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการงบประมาณที่เป็นไปตามมาตรฐาน
สากลและสามารถตรวจสอบได้ และกำหนดเรื่องงบการบริหารงาน
ของสำนักเลขาธิการอาเซียน ซึ่งรัฐสมาชิกจะจ่ายเงินสนับสนุนเท่าๆ กัน
ตามที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และสามารถรับเงินสนับสนุนจากประเทศคู่
เจรจาได้ แต่จะต้องไม่มีเงื่อนไขพิเศษ ทั้งนี้ กฎบัตรมิได้ระบุเรื่อง
กองทุนพิเศษต่างๆ เพื่อการดำเนินการของอาเซียน อาทิ การดำเนิน
กิจกรรมความร่วมมือ การลดช่องว่างการพัฒนา ฯลฯ เพราะเป็นเรื่องที่
จะต้องมีการศึกษาและกำหนดวิธีระดมทุนที่เหมาะสมต่อไป
บทที่ 10 การบริหารงานและกระบวนการ (Administration
and Procedure) 1) กำหนดให้ประธานของที่ประชุมสุดยอดอาเซียน
คณะมนตรีประสานงานอาเซียน คณะมนตรีประชาคมอาเซียน
และคณะผู้แทนถาวรประจำอาเซียน ตลอดจนองค์กรระดับรัฐมนตรี
อาเซียนเฉพาะสาขาและองค์กรเจ้าหน้าที่อาวุโสตามที่เหมาะสม
มาจากประเทศเดียวกัน (Single Chairmanship) เพื่อส่งเสริมให้การ
ทำงานเป็นเอกภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน 2) การเพิ่มบทบาท

ประธานในการ (ก) เป็นผู้ส่งเสริมผลประโยชน์ของอาเซียนและเป็น
ผู้ผลักดันการสร้างประชาคมอาเซียน (ข) เป็นผู้ส่งเสริมความเป็น
ศูนย์กลางของอาเซียนในแง่การนำนโยบายของอาเซียนเข้าไปผนวก
ไว้ในนโยบายระดับชาติของรัฐสมาชิก และการส่งเสริมบทบาทของ
อาเซียนในการดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศภายนอกภูมิภาค และ
(ค) ทำให้อาเซียนสามารถจัดการวิกฤตการณ์และสถานการณ์เร่งด่วน
ที่มีผลกระทบต่ออาเซียนได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
บทที่ 11 อัตลักษณ์และสัญลักษณ์ของอาเซียน (Identity
and Symbols) กำหนดให้อาเซียน มีหน้าที่ในการส่งเสริม 1) อัตลักษณ ์
ซึ่งหมายถึงการสร้างความรู้สึกในการเป็นเจ้าของอาเซียนในหมู่ประชาชน
และ 2) สัญลักษณ์ ได้แก่ คำขวัญ (วิสัยทัศน์เดียว อัตลักษณ์เดียว
ประชาคมเดียว) ธงและดวงตราอาเซียน วันอาเซียน (วันที่ 8 สิงหาคม
ของทุกปี) และเพลงอาเซียน
บทที่ 12 ความสัมพันธ์กับภายนอก (External Relations)
มีหลักการสำคัญ ดังนี้ 1) ให้อาเซียนเป็นผู้ผลักดันหลักในการรวม
กลุ่มระดับภูมิภาคที่อาเซียนริเริ่มขึ้น และเน้นการเป็นศูนย์กลางของ
อาเซียนในโครงสร้างความสัมพันธ์ระดับภูมิภาค 2) ให้ประเทศ
สมาชิกพยายามหาท่าทีร่วมในเวทีระหว่างประเทศต่างๆ 3) กำหนด
ให้ประเทศผู้ประสานงาน (Country Coordinator) มีหน้าที่ประสานงาน
ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา หรือองค์กร
ระหว่างประเทศอื่น โดยมีคณะกรรมการอาเซียนในประเทศที่ 3
หรือองค์กรระหว่างประเทศ (ASEAN Committees in Third
Countries and International Organizations) เป็นผู้สนันสนุนการทำงาน
โดยเฉพาะการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศที่คณะกรรมการนั้น

ตั้งอยู่ 4) ให้รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในฐานะองค์กรความร่วมมือ
เฉพาะสาขาเป็นผู้ดูแลความสอดคล้องและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ของการดำเนินความสัมพันธ์ภานนอกของอาเซียน 5) ให้อำนาจคณะ
มนตรีประสานงานอาเซียนแต่เพียงองค์กรเดียวในการกำหนด
สถานะความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับประเทศหรือองค์กรภายนอก
โดยที่ประชุมรัฐมนตรีอื่นๆ สามารถเชิญประเทศหรือองค์กรภายนอก
เจ้าร่วมกิจกรรมได้เป็นครั้งคราว และ 6) ให้การรับรองเอกอัครราชทูต
ที่ประเทศอื่นแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนประจำอาเซียน
บทที่ 13 บทบัญญัติทั่วไปและบทบัญญัติสุดท้าย (General
and Final Provisions) กำหนดเรื่องพันธกรณีของประเทศสมาชิก
ในการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎบัตร และความตกลงต่างๆ
ของอาเซียน การมีผลใช้บังคับของกฎบัตรเมื่อทุกประเทศให้สัตยาบัน
การภาคยานุวัติของประเทศสมาชิกใหม่ ซึ่งเป็นที่เข้าใจว่าจะเปิดให้
เฉพาะประเทศติมอร์เลสเตเท่านั้น การแก้ไขกฎบัตร การทบทวนกฎบัตร
5 ปี หลังจากกฎบัตรมีผลใช้บังคับหรือตามที่ผู้นำกำหนด การตีความ
กฎบัตร ซึ่ง HLTF จะต้องหารือเรื่องกลไกที่เหมาะสมต่อไป
การกำหนดให้ความตกลงอาเซียนที่มีอยู่ในปัจจุบันมีผลใช้บังคับต่อไป
และให้กฎบัตรมีผลเหนือกว่าความตกลงในกรณีที่มีความขัดแย้งกัน
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของอาเซียน
กฎบัตรอาเซียนมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2551
กล่าวคือ หลังจากที่ประเทศสมาชิกครบทั้ง 10 ประเทศ ได้ให้สัตยาบัน
กฎบัตร และการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่
28 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2552 ที่จังหวัดเพชรบุรี ประเทศไทย
เป็นการประชุมระดับผู้นำอาเซียนครั้งแรกหลังจากกฎบัตรมีผลบังคับใช้

READ MORE

กฎบัตรอาเซียน

|
กฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter)
ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 13 เมื่อปี 2550
ที่ประเทศสิงคโปร์ ผู้นำอาเซียนได้ลงนาม ในกฎบัตรอาเซียน ซึ่งเปรียบ
เสมือนธรรมนูญของอาเซียนที่จะวางกรอบทางกฎหมายและโครงสร้าง
องค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอาเซียนในการดำเนินการตามวัตถุ
ประสงค์และเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขับเคลื่อนการรวม
ตัวเป็นประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 ตามที่ผู้นำอาเซียนได้ตกลงกันไว้
โดยวัตถุประสงค์ของกฎบัตรคือ ทำให้อาเซียนเป็นองค์การที่มี
ประสิทธิภาพ มีประชาชนเป็นศูนย์กลางและเคารพกฎกติกาในการ
ทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ กฎบัตรอาเซียนจะเป็นสถานะนิติบุคคล
แก่อาเซียนในฐานะที่เป็นองค์กรระหว่างรัฐบาล (Intergovernmental
Organization)
จุดเด่นประการหนึ่งของกฎบัตรอาเซียน คือ การที่ข้อบทต่างๆ
ถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้อาเซียนเป็นองค์กรที่ประชาชนเข้าถึงและ
เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศสมาชิกมากยิ่งขึ้น กฎบัตรอาเซียน
ประกอบด้วยบทบัญญัติ 13 บท รวม 55 ข้อย่อย อาจสรุปบทบัญญัติ
ที่สำคัญของกฎบัตรอาเซียนได้ ดังนี้
บทที่ 1 เป้าหมายและหลักการ (Purposes and Principles)
ระบุเป้าหมายของอาเซียนและหลักการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่าง
รัฐสมาชิก ได้แก่ เป้าหมายการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ความ
สามารถในการแข่งขันของภูมิภาค ความกินดีอยู่ดีของประชาชน
ความมั่นคงของมนุษย์ การส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การเมือง
สังคมและวัฒนธรรม การลดช่องว่างของการพัฒนาการส่งเสริม
ประชาธิปไตย การเคารพสิทธิมนุษยชน การพัฒนาอย่างยั่งยืน
สิ่งแวดล้อม การศึกษา ยาเสพติด การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน เป็นต้น
ส่วนหลักการ ได้แก่ เรื่องอำนาจอธิปไตย การไม่แทรกแซงกิจการภายใน
หลักนิติธรรมและธรรมาภิบาล และการเคารพความแตกต่าง เป็นต้น
บทที่ 2 สถานะบุคคล (Legal Personality) ให้อาเซียน
มีสถานะบุคคล
บทที่ 3 สมาชิกภาพ (Membership) กำหนดกฎเกณฑ์และ
กระบวนการในการรับสมาชิกใหม่ เช่น ต้องเป็นประเทศที่อยู่ในภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และได้รับการรับรองจากประเทศสมาชิก
อาเซียนและต้องยินยอมผูกพันตามกฎบัตรและสามารถปฏิบัติตาม
พันธกรณีของรัฐสมาชิก รวมทั้งกำหนดสิทธิและหน้าที่ของรัฐสมาชิก
ไว้กว้างๆ คือรัฐสมาชิกจะมีสิทธิและหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎบัตร
และความตกลงต่างๆ ของอาเซียน รวมถึงหน้าที่ในการออกกฎหมาย
ภายในเพื่อรองรับพันธกรณีด้วย
บทที่ 4 องค์กรของอาเซียน (Organs) ประกอบด้วย
1. ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit)
เป็นองค์กรสูงสุดในการกำหนดนโยบายและมีการประชุมปีละ 2 ครั้ง
2. คณะมนตรีประสานงานอาเซียน (ASEAN
Coordinating Council) ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
การต่างประเทศของประเทศสมาชิกอาเซียน ทำหน้าที่เตรียม
การประชุมสุดยอดอาเซียน ประสานงานระหว่าง 3 เสาหลัก เพื่อ
ความเป็นบูรณาการในการดำเนินงานของอาเซียน และแต่งตั้ง
รองเลขาธิการอาเซียน
3. คณะมนตรีประชาคมอาเซียน (ASEAN
Community Council) สำหรับ 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน
ประกอบด้วยผู้แทนที่แต่ละประเทศสมาชิกแต่งตั้งเพื่อทำหน้าที่
ประสานงานและติดตามการดำเนินงานตามแนวนโยบายของผู้นำทั้งใน
เรื่องที่อยู่ภายใต้เสาหลักของตน และเรื่องที่เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้อง
กับหลายเสาหลัก และเสนอรายงานและข้อเสนอแนะในเรื่องที่อยู่
ภายใต้การดูแลของตนต่อผู้นำ

บทที่ 6 เอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการทูต (Immunities
and Privileges) ระบุหลักการกว้างๆ ในการให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน
ทางการทูตแก่ 1) สำนักเลขาธิการอาเซียนและองค์กรอื่นๆ
ของอาเซียน 2) เลขาธิการอาเซียนและเจ้าหน้าที่ของสำนักเลขาธิการ
อาเซียน และ 3) ผู้แทนถาวรของรัฐสมาชิก ณ กรุงจาการ์ตา และ
ผู้แทนของรัฐสมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรมของอาเซียน เช่น เดินทางไปประชุม
เป็นต้น โดยรายละเอียดให้เป็นไปตามข้อตกลงแยกต่างหากจากกฎบัตร
บทที่ 7 กระบวนการตัดสินใจ (Decision Making) หลักทั่วไป
คือ ฉันทามติ (Consensus) แต่มีข้อยกเว้นได้แก่ 1) กรณีที่ไม่มีแนวทางมติ
อาจส่งเรื่องให้ผู้นำตกลงกันว่าจะใช้วิธีการใดตัดสิน 2) กรณีที่มี
ข้อตกลงอื่นๆ ของอาเซียนอนุญาตให้ใช้วิธีการอื่นตัดสินใจได้ เช่น
ปัจจุบันมีสนธิสัญญาว่าด้วยเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้ใช้คะแนนเสียง 2 ใน 3 ได้ และ 3) กรณีที่
มีการละเมิดพันธกรณีตามกฎบัตรอย่างร้ายแรง ผู้นำมีอำนาจตัดสินใจ
ด้วยวิธีการใดๆ ตามที่จะตกลงกันเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษ
นอกจากนี้ ยังให้มีความยืดหยุ่นในการผูกพันตามข้อตกลงต่างๆ
โดยใช้สูตรอาเซียน ลบ X (ASEAN minus X สำหรับความตกลงทาง
เศรษฐกิจ ซึ่งหมายความว่าหากประเทศสมาชิกทุกประเทศมีฉันทามติ
เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ แล้ว ประเทศที่ยังไม่พร้อมก็อาจเลือกที่จะยังไม่
เข้าร่วมได้
บทที่ 8 การระงับข้อพิพาท (Settlement of Disputes)
1) กำหนดในหลักการให้มีกลไกระงับข้อพิพาท (Dispute Settlement
Mechanism- DSM) สำหรับทุกเสาหลัก 2) ใช้การปรึกษาหารือและ
การเจรจาในการระงับข้อพิพาทเป็นอันดับแรก 3) ให้คู่พิพาทสามารถ
เลือกใช้กระบวนการไกล่เกลี่ย โดยอาจขอให้ประธานอาเซียนหรือ
เลขาธิการอาเซียนเป็นผู้ไกล่เกลี่ยได้ 4) หากความตกลงเฉพาะกำหนด


READ MORE
 

Copyright © 2010 Asean Studies Center | Design by Dzignine